ภาษาโปรแกรม Python คืออะไร?

31 มีนาคม 2021

Google+
Line

Python (ไพทอน) เป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดับสูง โดยถูกออกแบบมาให้เป็นภาษาสคริปต์ที่อ่านง่าย ไม่เหมือนภาษาพูดของมนุษย์ มีการตัดความซับซ้อนของโครงสร้างและไวยากรณ์ของภาษาออกไป เพื่อเอาไว้แปลงเป็นชุดคำสั่ง สั่งการใช้งานต่ออุปกรณ์เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่าง ซึ่งการสั่งงานด้วยภาษา Python เรามักจะเขียนให้มีการทำงานแบบ Interpreter คือเป็นการแปลชุดคำสั่งทีละบรรทัด เพื่อป้อนเข้าสู่หน่วยประมวลผลให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ

นอกจากนี้ภาษาโปรแกรม Python ยังสามารถเขียนโปรแกรมได้หลากหลายมาก โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่งานเฉพาะทางใดทางหนึ่ง (General-purpose language) จึงทำให้มีการนำไปใช้กันแพร่หลายในหลายองค์กรใหญ่ระดับโลก เช่น Google, YouTube, Instagram, Dropbox และ NASA เป็นต้น 


ประวัติของภาษาโปรแกรม Python

สำหรับประวัติของภาษาโปรแกรม Python ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคมปี 1989 โดยนาย Guido van Rossum โปรแกรมเมอร์ชาวดัตช์ ในตอนนั้นทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งชาติ Centrum Wiskunde & Informatica (CWI) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเวลานั้น Guido ต้องพัฒนาโปรแกรมสำหรับผู้ดูแลระบบ เพื่อใช้ในโครงการ Amoeba ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแบบกระจาย (Distributed operating system) อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าภาษาโปรแกรม ABC, C และ Bourne shell มีข้อจำกัดมากมาย ทั้งเรื่องใช้เวลาในการพัฒนานานมากและไม่สามารถตอบโจทย์หลายประการ ดังนั้น Guido จึงได้ตัดสินใจเริ่มพัฒนาภาษาโปรแกรมระดับสูงขึ้นมาใหม่เพื่อใช้งานเองเป็นงานอดิเรก โดยนำเอาสิ่งที่ชอบในภาษา ABC มาพัฒนาลงไปในภาษาโปรแกรม Python รวมถึงได้พัฒนาส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้าไป และในเวลาต่อมาจึงได้เผยแพร่ Python 1.0 เวอร์ชันแรกในปี 1994 ถ้าลองเทียบกับภาษา Java ที่ได้ทำการเผยแพร่เวอร์ชันแรกในปี 1996 จะเห็นได้ว่าภาษา Python มีอายุมากกว่าภาษา Java ถึง 2 ปี


ส่วนที่มาของชื่อภาษาโปรแกรม Python ชื่อแรกที่เข้ามาในความคิดของ Guido ก็คือ มอนตี้ ไพธอน: ละครสัตว์เหินหาว (Monty Python’s Flying Circus) ซึ่งเป็นชื่อรายการโทรทัศน์ทางช่อง BBC แนวตลกชื่อดังจากฝั่งอังกฤษที่เขาชื่นชอบมาก ๆ โดยเขาให้เหตุผลว่า “Python” เป็นชื่อที่สั้น จำได้ง่าย ฉีกแนวนิดๆ และดูลึกลับ ในตอนนั้นโดยทั่วไปมักจะนิยมเอาชื่อของบุคคลที่มีชื่อเสียงมาใช้เป็นชื่อภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น Ada, Pascal และ Eiffel ถึงแม้ว่าทีมนักแสดงในรายการจะไม่ได้มีชื่อเสียงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ตาม นี่คือเหตุผลที่มาที่ไปของชื่อภาษา Python นอกจากนั้น Guido ยังใช้ชื่อของนักแสดงตลกชาวอังกฤษชื่อดังและเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งทีม Monty Python ที่ชื่อ Eric Idle มาใช้เป็นชื่อ IDE หรือเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมว่า “IDLE” อีกด้วย 


เราควรจะเลือกศึกษาเวอร์ชัน Python 2.x หรือ Python 3.x?

           นับจากวันนั้นถึงวันนี้ Python ได้มีการพัฒนาภาษาขึ้นมาเรื่อย ๆ ในปัจจุบันภาษาโปรแกรม Python มีเวอร์ชันให้เลือกใช้งานคือ Python 2.x และ Python 3.x ซึ่งเผยแพร่มาตั้งแต่ในปี 2000 และ 2008 ตามลำดับ ซึ่งปัญหาทั่วไปของผู้เริ่มต้นศึกษาการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python คือการตัดสินใจเลือกใช้งานระหว่างเวอร์ชัน Python 2.x หรือ Python 3.x ควรใช้เวอร์ชั่นไหนดีกว่ากัน?

จากข้อมูลเบื้องต้น Python 2.x จะไม่มีการเพิ่มเติมฟีเจอร์และฟังก์ชันใหม่ใด ๆ และไม่ได้รับการสนับสนุนไปตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคมปี 2020 แล้ว

ดังนั้นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python จึงขอแนะนำให้ตัดสินใจเลือกเวอร์ชัน Python 3.x ไปเลย ยิ่งไปกว่านั้น Python 3.x จะมีการพัฒนาฟีเจอร์และฟังก์ชันใหม่เพิ่มเติมอีกในอนาคต ส่วนโมดูลและไลบรารีต่าง ๆ ในปัจจุบัน สามารถรองรับการทำงานของเวอร์ชัน Python 3.x ได้แล้ว


ทำไมต้องเรียน Python?

           อย่างที่บอกไปว่า Python เป็นภาษาที่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ หลายบริษัทได้นำภาษานี้มาใช้ในการพัฒนาระบบต่าง ๆ ต่อองค์กร และเทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่อยู่รอบตัวเราส่วนใหญ่ก็มาจากคำสั่ง Python เพื่อให้รับมือและเท่าทันเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต การเรียนรู้ Python ไว้จะทำให้เราเข้าใจและเท่าทันกับเรื่องเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี อีกทั้งภาษา Python จะช่วยฝึกฝนการใส่ชุดคำสั่งอย่างเป็นระบบ ฝึกกระบวนการคิด ที่แม้ว่าคุณจะไม่ได้เก่งเทคโนโลยีก็สามารถเริ่มต้นได้

บทความนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับภาษาโปรแกรม Python ว่าคืออะไร? รวมถึงเรื่องราวเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับที่มาของชื่อ “Python” และ “IDLE” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ส่วนผู้ที่สนใจอยากรู้ว่าว่ารายการ Monty Python’s Flying Circus มีความตลกมากแค่ไหนถึงทำให้ Guido ชื่นชอบมากจนนำเอามาตั้งเป็นชื่อของภาษา ได้ก็สามารถเข้าไปชมได้ที่ Netflix ได้นะครับ


อ้างอิง

http://python-history.blogspot.com/2009/01/personal-history-part-1-cwi.html


Google+
Line

บทความที่เกี่ยวข้อง