10 ทักษะแห่งอนาคตที่เด็กยุคใหม่ควรมี

10 พฤษภาคม 2021

Google+
Line

ในยุคที่เรากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างปัญญาประดิษฐ์ AI หุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือเทคโนโลยีอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก มนุษย์ทุกคนต้องเริ่มปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยีขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ที่กำลังเติบโตไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขึ้นทุกวัน ดังนั้นการเรียนรู้แบบใหม่ของเด็ก ๆ จำเป็นต้องพัฒนาทักษะของไปสู่ทักษะแห่งอนาคต ซึ่งเป็นทักษะที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นกว่าคนอื่นและเทคโนโลยียังไม่สามารถมาแทนที่พวกเขาได้


ทักษะที่หนึ่ง: ความคิดสร้างสรรค์

ทักษะแห่งอนาคตที่เด็ก ๆ ควรมีเป็นสิ่งแรกคือความคิดสร้างสรรค์ หมายถึงความสามารถในการคิดค้นประดิษฐ์หรือพลิกแพลงนวัตกรรมและวิธีการใหม่ ๆ ที่แตกต่างออกไปจากที่มีอยู่เดิม

เหตุผลที่ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะปัญหา อุปสรรคหรือความท้าทายที่คุณอาจจะต้องเจอในอนาคตมีแนวโน้มที่จะแตกต่างจากสิ่งที่เป็นมาในอดีตอย่างโดยสิ้นเชิง และเครื่องมือหรือวิธีการที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาให้กับเด็ก ๆ ได้ และถือเป็นกุญแจสำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือวิธีการทำงานแบบใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

 

ทักษะที่สอง: ความฉลาดทางอารมณ์

ทักษะแห่งอนาคตอย่างที่สองที่มีความสำคัญคือความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ซึ่งหมายถึงความสามารถในการควบคุมและบริหารจัดการอารมณ์ของตนเอง รวมไปถึงความสามารถในการคาดเดาและเข้าใจอารมณ์ของผู้คนรอบข้าง

แม้ว่าในปัจจุบันที่เครื่องจักรกลและคอมพิวเตอร์จะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์มากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเองก็ยังคงต้องทำงานและติดต่อกับเพื่อนร่วมงานอยู่ และความฉลาดทางอารมณ์จะช่วยทำให้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนร่วมงานมากขึ้น ซึ่งความเข้าใจที่เกิดขึ้นจะส่งเสริมให้ทำงานกับผู้อื่นได้ดีและเสริมสร้างกระบวนการทำงานเป็นทีมให้กับตัวเอง

 

ทักษะที่สาม: การคิดวิเคราะห์

ทักษะแห่งอนาคตหมายเลขสามคือทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งหมายถึงการใช้ตรรกะและเหตุผลในการวิเคราะห์สมมติฐานต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่คุณมีอยู่เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของ Big Data ซึ่งมนุษย์สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเป็นจำนวนมาก ทักษะการคิดวิเคราะห์จะทำให้เข้าใจข้อมูล มองเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลและมองเห็นวิธีการแก้ปัญหาจากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมช่วยให้เด็ก ๆ คิดอย่างมีเหตุผลและเปิดกว้างต่อวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้


ทักษะที่สี่: ความกระหายที่จะเรียนรู้

ทักษะแห่งอนาคตทักษะที่สี่ที่คุณควรมีคือความกระหายที่จะเรียนรู้ (Active Learning) ซึ่งมาควบคู่กับความคิดที่ต้องการจะเติบโต (Growth Mindset) ซึ่งจะกระตุ้นให้คุณมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

จากรายงาน The Future of Jobs โดย World Economic Forum ได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2022 ทักษะการทำงานที่เป็นที่ต้องการจะเปลี่ยนไปจากเดิมถึง 42% ทำให้การทำงานในอนาคตล้วนต้องการทักษะใหม่ๆ พร้อมที่จะมีการเปลี่ยนแปลงและอัพเดตอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นความกระหายที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ จะช่วยเพิ่มพูนทักษะในการทำงานมากยิ่งขึ้น

 

ทักษะที่ห้า: การตัดสินใจ

ทักษะแห่งอนาคตทักษะที่ห้าคือทักษะในการตัดสินใจ ที่แม้ว่าเครื่องจักรกลในปัจจุบันจะสามารถทำการตัดสินใจได้ด้วยตนเองจากการรับรู้ข้อมูลที่มีอยู่ แต่มนุษย์ยังคงมีความสำคัญในฐานะผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย (Final Decision Maker) เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องมีความสามารถในการตัดสินใจ เพราะด้วยความสามารถของมนุษย์ที่สามารถมองถึงความสำคัญในภาพรวม (Broader Implication) และคำนึงถึงประเด็นที่เครื่องจักรไม่สามารถคิดแทนได้เช่นเหตุผลด้านศีลธรรม (Moral Decision) ความสามารถในการตัดสินใจนี้เองที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากเครื่องจักรกล

 

ทักษะที่หก: การสื่อสารระหว่างบุคคล

ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล ซึ่งหมายถึง ทักษะในการการสื่อสารให้ชัดเจน ตรงประเด็น และเหมาะสม การสื่อสารระหว่างบุคคลถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การทำงานระยะไกล (Remote Working) จะกลายเป็นระเบียบวิธีการทำงานหลักแทนที่การทำงานแบบเดิมที่ทุกคนจำเป็นต้องมารวมกัน ซึ่งทำให้การติดต่อประสานงานกับเพื่อนร่วมงานให้ทุกคนเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้งานของคุณเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทักษะที่เจ็ด: ความเป็นผู้นำ

ทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นประการที่เจ็ดคือทักษะความเป็นผู้นำ ซึ่งความเป็นผู้นำไม่ใช่แค่ทักษะของการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หมายถึงการเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและทำให้คนในทีมใช้ศักยภาพที่ตนมีได้อย่างเต็มที่มากที่สุด ทักษะความเป็นผู้นำจะช่วยให้บริหารจัดการงานในขอบเขตความรับผิดชอบของไม่ว่าจะเป็นโปรเจคต่าง ๆ หรืองานที่คุณต้องทำร่วมกับผู้อื่นให้สามารถรุดหน้าต่อไปได้ รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมกับงานและใช้ความสามารถของพวกเขากับงานได้มากขึ้น


ทักษะที่แปด: การยอมรับในความหลากหลาย

การยอมรับในความหลากหลาย ซึ่งหมายถึงการที่คุณเข้าใจในความแตกต่างและเข้าใจในรากฐานที่มาของความแตกต่างระหว่างเด็ก ๆ และเพื่อน ๆ ของพวกเขา ซึ่งจะช่วยให้เด็ก ๆ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดี เพราะผลพวงจากโลกาภิวัฒน์ทำให้พรมแดนเลือนหายไป อาจจะต้องทำงานกับคนที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรม การยอมรับในความหลากหลายจะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และสามารถดึงประโยชน์จากความแตกต่างที่มีอยู่มาใช้ในการทำงานให้ได้มากที่สุด

 

ทักษะที่เก้า: ทักษะทางเทคโนโลยี

ทักษะแห่งอนาคตที่คุณควรมีอย่างที่เก้าคือทักษะทางเทคโนโลยี ซึ่งไม่ใช่แค่ทักษะทางเทคโนโลยีทั่วไป แต่รวมไปถึงทักษะทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ้ก ดาต้า (Big Data) หรือบล็อกเชน (Blockchain) ที่ต่างเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทักษะทางเทคโนโลยีหมายถึงการที่เด็ก ๆ เข้าใจหลักการทำงาน และรู้ถึงวิธีใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับเด็ก ๆ การที่พวกเขามีทักษะทางเทคโนโลยีนั้นหมายถึงโอกาสที่พวกเขาจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานในอนาคต รวมไปถึงโอกาสที่จะทำให้เด็ก ๆ สร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบในเชิงบวกต่ออาชีพของพวกเขาอีกด้วย

 

ทักษะที่สิบ: การเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

ทักษะแห่งอนาคตทักษะสุดท้ายที่เด็ก ๆ ควรมี และเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดที่จะนำพาคุณไปสู่การสร้างทักษะอื่นๆ ก็คือการเตรียบพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ที่อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต ในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงจะทำให้เด็ก ๆ เปลี่ยนความคิดใหม่ และมองว่าเป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้ การเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดที่เด็ก ๆ ควรมีและสามารถทำได้เองคือการรู้ทันสถานการณ์และวางแผนชีวิตให้ยืดหยุ่นมากขึ้น หรือหากเป็นไปได้ วิธีการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดคือการชิงเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียก่อนที่ความเปลี่ยนแปลงจะมาถึง


ทักษะแห่งอนาคตคือทักษะพื้นฐานที่จะทำให้คุณมีความโดดเด่นเหนือกว่าคนอื่น ๆ และทำให้เด็ก ๆ เป็นผู้ที่มีทักษะพิเศษรอบด้านซึ่งไม่สามารถแทนที่ด้วยเทคโนโลยีได้ นอกจากนี้ การที่เด็ก ๆ มีทักษะแห่งอนาคตยังทำให้พวกเขามีความพร้อมที่จะรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และทักษะแห่งอนาคตยังเป็นบันไดให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาไปสู่ทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ร่วมเตรียมพร้อมสู่ทักษะแห่งอนาคตไปกับ Brainstorm ได้แล้ววันนี้


อ้างอิง :

https://www.scholastic.com/parents/family-life/creativity-and-critical-thinking/learning-skills-for-kids/6-life-skills-kids-need-future.html

https://www.infento.com/blog/the-top-10-skills-your-child-needs-for-the-jobs-of-the-future/

Google+
Line

บทความที่เกี่ยวข้อง